Sticky Banner Visual Mobile 3

อย่าพลาดดีลฤดูใบไม้ผลิ: ประหยัดสูงสุด 78% ก่อนวันที่ 21 เมษายน

อย่าพลาดดีลฤดูใบไม้ผลิ: ประหยัดสูงสุด 78% ก่อนวันที่ 21 เมษายน รับเลยตอนนี้!

รับข้อเสนอนี้ตอนนี้!
  • รหัสผ่านแบบ passphrase คืออะไร?
  • รหัสผ่านแบบ passphrase vs. รหัสผ่านปกติ : แตกต่างกันอย่างไร?
  • วิธีตั้งรหัสผ่านแบบ passphrase ที่แข็งแกร่ง : เคล็ดลับ 7 ประการ
  • ประเภทของรหัสผ่านแบบ passphrase
  • วัดความแข็งแกร่งของรหัสผ่านแบบ passphrase
  • ประโยชน์อื่น ๆ ของการใช้รหัสผ่านแบบ passphrase
  • ข้อเสียของการใช้รหัสผ่านแบบ passphrase
  • คำถามที่พบบ่อย : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรหัสผ่านแบบ passphrase
  • รหัสผ่านแบบ passphrase คืออะไร?
  • รหัสผ่านแบบ passphrase vs. รหัสผ่านปกติ : แตกต่างกันอย่างไร?
  • วิธีตั้งรหัสผ่านแบบ passphrase ที่แข็งแกร่ง : เคล็ดลับ 7 ประการ
  • ประเภทของรหัสผ่านแบบ passphrase
  • วัดความแข็งแกร่งของรหัสผ่านแบบ passphrase
  • ประโยชน์อื่น ๆ ของการใช้รหัสผ่านแบบ passphrase
  • ข้อเสียของการใช้รหัสผ่านแบบ passphrase
  • คำถามที่พบบ่อย : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรหัสผ่านแบบ passphrase

ตัวอย่างรหัสผ่านแบบ passphrase และหลักการทำงาน

Featured 10.04.2026 2 นาที
Ernest Sheptalo
เขียนโดย Ernest Sheptalo
Katarina Glamoslija
รีวิวโดย Katarina Glamoslija
Magdalena Madej
แก้ไขโดย Magdalena Madej
illustration_passphrase examples and how they work-

เบื่อไหมที่ต้องคอยจำรหัสผ่านยาก ๆ เป็นล้านรหัส? ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น ข่าวดีน่ะหรอ? มีวิธีที่ดีกว่านั้น รหัสผ่านแบบ passphrase ช่วยให้การรักษาความปลอดภัยยุ่งยากน้อยลงและจำง่ายขึ้นเยอะ

พวกเราจะอธิบายว่ารหัสผ่านแบบ passphrase คืออะไร ทำไมมันจึงปลอดภัยกว่าที่คุณคิดเอาไว้ และคุณจะเริ่มใช้งานมันโดยไม่ทำให้ชีวิตของคุณวุ่นวายยิ่งขึ้นได้อย่างไร พร้อมจะบอกลากับความวุ่นวายของรหัสแบบเดิมแล้วหรือยัง? มาเริ่มกันเลย

รหัสผ่านแบบ passphrase คืออะไร?

รหัสผ่านแบบ passphrase นั้นเป็นเหมือนรหัสผ่านที่ดียิ่งขึ้น : ยาวกว่า จำง่ายกว่า และมักจะปลอดภัยกว่า แทนที่คุณจะต้องพึ่งพารหัสผ่านที่สั้นและเกิดขึ้นมาจากการผสมตัวอักษรและสัญลักษณ์ที่ยุ่งเหยิง รหัสผ่านแบบ passphrase จะใช้คำหลาย ๆ คำอย่างเป็นธรรมชาติและดูน่าจดจำเพื่อช่วยปกป้องบัญชีของคุณให้ปลอดภัย

โดยทั่วไปแล้ว รหัสผ่านแบบ passphrase จะประกอบไปด้วยคำสี่คำขึ้นไปซึ่งถูกเลือกมาอย่างคาดเดาไม่ได้ แต่ยังง่ายต่อการจดจำของคุณ รูปแบบทั่วไปประกอบไปด้วย :

  • คำที่ถูกแยกโดยการเว้นวรรค
  • การผสมสัญลักษณ์กับตัวเลข
  • Camel case (ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เริ่มต้นแต่ละคำโดยไม่เว้นวรรค)
  • เครื่องหมายวรรคตอนหรือตัวคั่น เช่น เครื่องหมายขีด

ตัวอย่างรหัสผ่านแบบ passphrase ในชีวิตจริง

รหัสผ่านแบบ passphrase ที่แข็งแกร่งนั้นไม่จำเป็นต้องมีความซับซ้อนจนเกินไป แต่ต้องยาว คาดเดาไม่ได้ และมีเพียงแค่คุณเท่านั้นที่จะคิดจะใช้ หลีกเลี่ยงวลี (phrase) ทั่วไป, คำคมสุดฮิต หรืออะไรที่ดูชัดเจนเกินไป คุณควรจะผสมคำที่ไม่เกี่ยวข้องกันหรือเพิ่มสไตล์เฉพาะของคุณเข้าไปด้วยสัญลักษณ์หรือตัวเลข

นี่เป็นตัวอย่างบางประการเพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพ :

ตัวอย่างรหัสผ่านแบบ passphrase คำอธิบาย
red elephant coffee volcano คำสี่คำแบบสุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกัน (สีแดง ช้าง กาแฟ ภูเขาไฟ)
DrinkWater$HealthyStay@2025 วลีเฉพาะบุคคลที่มีสัญลักษณ์และตัวเลข (ดื่มน้ำ$รักษาสุขภาพ@2025)
NeverTrustHungryHuskies ประโยคแปลก ๆ แบบ camel case (อย่าไว้ใจฮัสกี้ที่กำลังหิว)
Gaming-Chips-Fun-Evening รหัสผ่านแบบ passphrase ที่อ่านง่ายซึ่งถูกแยกโดยเครื่องหมายขีด (เล่นเกม-มันฝรั่ง-สนุก-ช่วงเย็น)

หมายเหตุ : ตัวอย่างเหล่านี้มีไว้ใช้สาธิตเท่านั้น คุณควรจะตั้งรหัสผ่านแบบ passphrase ของคุณเองเพื่อไม่ให้ซ้ำใคร

รหัสผ่านแบบ passphrase vs. รหัสผ่านปกติ : แตกต่างกันอย่างไร?

ทั้งรหัสผ่านปกติและรหัสผ่านแบบ passphrase ต่างก็ช่วยปกป้องบัญชีของคุณ แต่พวกมันจะทำงานแตกต่างกันและมีระดับการรักษาความปลอดภัยที่ต่างกันด้วย

Passwords and passphrases explained.

การตั้ง

Passphrase นั้นตั้งง่ายกว่าเพราะว่าคุณสามารถใช้คำหรือวลีจริงที่คุณนึกภาพตามได้ง่าย ๆ คุณยังคงต้องการให้คนอื่นคาดเดาไม่ได้อยู่ แต่มันจะง่ายกว่าที่คุณจะตั้งให้คาดเดายากแต่ไม่ยากเกินจะจดจำ

  • รหัสผ่านปกติ : มักจะมี 8–16 อักขระโดยจะเป็นการผสมระหว่างตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์
  • รหัสผ่านแบบ passphrase : มักจะมีอย่างน้อย 4 คำ อาจะมีเครื่องหมายวรรคตอนหรือตัวเลขประกอบ

ความปลอดภัย

ข้อดีที่สำคัญที่สุดของการใช้รหัสผ่านแบบ passphrase ก็คือความยาวของมันจะช่วยเพิ่มเอนโทรปี (การวัดความยากในการคาดเดาหรือจำนวนรูปแบบที่เป็นไปได้) ทำให้ถูกเจาะรหัสได้ยากขึ้น แม้ว่าคุณจะเลือกใช้คำง่าย ๆ ก็ตาม อักขระที่เพิ่มขึ้นแปลว่ามีรูปแบบที่เป็นไปได้เพิ่มขึ้นตาม ซึ่งก็จะช่วยลดความเร็วของการโจมตีที่อ้างอิงพจนานุกรมหรือแบบ brute-force

นี่คือเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ซึ่งรวมถึง สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) จึงเน้นย้ำเรื่องความยาวเพื่อการปกป้องที่ดีกว่า และอนุญาตให้ใช้รหัสผ่านแบบ passphrase เพราะจดจำง่ายกว่าแต่ก็ยังให้ความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง มูลนิธิพรมแดนอิเล็กทรอนิกส์ (EFF) ยังระบุด้วยว่าการนำคำแบบสุ่มหลายคำมาผสมกันจะช่วยเพิ่มรูปแบบที่เป็นไปได้มากขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้รหัสผ่านแบบ passphrase ทั้งจำง่ายกว่าและมีโอกาสที่จะถูกคาดเดาด้วยคอมพิวเตอร์น้อยลง

ความสะดวกในการใช้งาน

รหัสผ่านแบบ passphrase มักจะเป็นสิ่งที่จดจำและพิมพ์ได้ง่ายกว่าเพราะว่ามันมีรูปแบบของภาษาที่ใช้ตามธรรมชาติ รหัสผ่านที่ซับซ้อนมักจะเป็นสิ่งที่จดจำได้ยากและลืมได้ง่ายถ้าไม่มี ตัวจัดการรหัสผ่าน ดี ๆ สักตัวไว้คอยช่วย

วิธีตั้งรหัสผ่านแบบ passphrase ที่แข็งแกร่ง : เคล็ดลับ 7 ประการ

การตั้งรหัสผ่านแบบ passphrase ที่แข็งแกร่งนั้นเป็นเรื่องของการสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งาน เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้คุณตั้งรหัสผ่านได้อย่างเหมาะสม :

1. ใช้รหัสผ่านแบบ passphrase ที่ยาว

ความยาวเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด ตั้งเป้าให้ได้สัก 16 อักขระ (20 ขึ้นไปเลยก็จะยิ่งดี) เพิ่มคำเพียงไม่กี่คำ สามารถเพิ่มความปลอดภัยได้เป็นอย่างมาก

2. หลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

เลือกคำที่ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวของคุณ หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อ วันเกิด ที่อยู่ หรือสิ่งที่ถูกอ้างอิงจากป๊อปคัลเจอร์ซึ่งถูกคาดเดาได้ง่าย ยิ่งคำที่คุณใช้ไม่เกี่ยวข้องกันหรือคาดเดาไม่ได้มากแค่ไหน รหัสผ่านแบบ passphrase ของคุณก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

3. อย่าใช้รหัสผ่านแบบ passphrase ซ้ำ

แต่ละบัญชีควรจะใช้รหัสผ่านแบบ passphrase ที่ไม่เหมือนกัน การใช้รหัสผ่านซ้ำจะทำให้ทุกบัญชีของคุณมีความเสี่ยงแม้จะเกิดการละเมิดเพียงแค่บัญชีเดียว การใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันจะเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดในการจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการรั่วไหล

4. ตั้งรหัสผ่านให้น่าจดจำ

รหัสผ่านแบบ passphrase ของคุณควรจะจดจำง่ายสำหรับคุณโดยที่คุณไม่ต้องเขียนเอาไว้ ลองใช้คำที่สื่อให้เห็นภาพชัดเจน หรือการผสมคำที่มีความหมายเฉพาะสำหรับคุณเพียงคนเดียว ตัวอย่างเช่น "ClocksSwimInVanillaRain” (นาฬิกาว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางฝนวานิลลา) อาจจะฟังดูแปลก แต่ทำให้คุณเห็นภาพชัดเจนได้ และง่ายต่อการจดจำมากขึ้น

5. ผสมตัวพิมพ์เล็กตัวพิมพ์ใหญ่และสัญลักษณ์

เว็บไซต์หลายแห่งต่างก็บังคับให้ต้องมีสัญลักษณ์หรือมีตัวพิมพ์เล็กตัวพิมพ์ใหญ่ผสมกัน คุณสามารถเพิ่มสิ่งเหล่านี้ลงไปโดยที่ไม่ทำให้รหัสผ่านแบบ passphrase อ่านยากจนเกินไป ตัวอย่างเช่น "Thin!Lions_RunQuickly" (สิงโตตัวผอมวิ่งเร็ว) ยังคงพิมพ์และจดจำง่ายอยู่ และก็ตรงตามความต้องการที่ซับซ้อนด้วย

6. จัดเก็บรหัสผ่านแบบ passphrase ของคุณเอาไว้อย่างปลอดภัย

ถึงแม้ว่าคุณจะเลือกรหัสผ่านแบบ passphrase ที่จดจำง่ายสำหรับคุณแล้ว การจะจำทุกรหัสก็ยังคงเป็นเรื่องยากอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันเลยสำหรับแต่ละบัญชี ตัวจัดการรหัสผ่านที่น่าเชื่อถืออย่าง ExpressKeys ช่วยแก้ปัญหานั้นได้

ExpressKeys จะจัดเก็บรหัสผ่านแบบ passphrase ทั้งหมดของคุณเอาไว้ในห้องนิรภัยถูกเข้ารหัสเพียงแห่งเดียว ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องพึ่งพาเฉพาะความจำและก็ไม่ต้องจดเอาไว้ในที่ที่มีความเสี่ยงอีกด้วย นอกจากนี้มันยังช่วยคุณจัดระเบียบข้อมูลการเข้าสู่ระบบของคุณและช่วยป้อนข้อมูลเหล่านั้นให้อย่างรวดเร็วเมื่อคุณต้องใช้งาน ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งสะดวกและปลอดภัย

7. เปลี่ยนรหัสผ่านแบบ passphrase ของคุณเป็นครั้งคราว

คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมันบ่อย ๆ แต่คุณควรจะเปลี่ยนมันถ้าคุณคิดว่าเกิดการละเมิดขึ้น ได้รับการแจ้งเตือนความปลอดภัย หรือไม่ได้เปลี่ยนมาหลายปีแล้ว การเปลี่ยนรหัสผ่านแบบ passphrase จะช่วยลดโอกาสและช่วงเวลาที่ผู้โจมตีจะเจาะข้อมูลของคุณได้

ประเภทของรหัสผ่านแบบ passphrase

รหัสผ่านแบบ passphrase ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาด้วยวิธีเดียวกันทั้งหมด วิธีการตั้งรหัสผ่านของคุณจะส่งผลต่อทั้งความปลอดภัยและความง่ายในการจดจำ นี่คือการสรุปอย่างเร็วเกี่ยวกับประเภทที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด

Passphrase แบบ diceware

Passphrase แบบ diceware จะถูกตั้งโดยการเลือกคำแบบสุ่มอย่างแท้จริง โดยจะเลือกจาก รายการคำ Diceware แบบพิเศษ คุณจะทอยลูกเต๋าเพื่อเลือกคำแต่ละคำ สิ่งนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์จะคาดเดาไม่ได้อย่างแท้จริง และไม่มีรูปแบบที่มาจากตัวบุคคลซึ่งผู้โจมตีสามารถใช้คาดเดารหัสผ่านได้

  • ตัวอย่างของ passphrase แบบ diceware : tooth elbow curtain vapor taxi

How to create Diceware passphrases.

เรียนรู้เพิ่มเติม : สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ลองดู คู่มือในการตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัยและน่าจดจำด้วย Diceware ของเรา

Passphrases แบบ mnemonic

Passphrases แบบ mnemonic จะใช้วลีหรือประโยคที่คุณสามารถระลึกถึงได้ง่าย ๆ คนส่วนใหญ่มักจะใช้ตัวอักษรตัวแรกของแต่ละคำ ประโยคที่แต่งเอง หรืออะไรที่เป็นไปตามรูปแบบที่พวกเขาจะสามารถจำได้ นี่คือตัวอย่าง :

  • ประโยค : My dog snores at 3AM every night
  • แบบสั้น : Mds@3AMen
  • phrase แบบเต็ม : MyDogSnoresAt3AMEveryNight

วิธีนี้ช่วยเพิ่มความน่าจดจำ แต่จะมีการสุ่มน้อยลง หลีกเลี่ยงการใช้คำคมสุดฮิตหรือเนื้อเพลงเนื่องจากผู้โจมตีมักจะลองใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นอย่างแรก ๆ

passphrases แบบผสมหรือแบบปรับแต่ง

passphrases แบบผสมจะเป็นการผสมเทคนิคต่าง ๆ : คำแบบสุ่ม ตัวเลข เครื่องหมายวรรคตอน หรือแม้แต่ตรรกะส่วนตัวเล็กน้อย มันจะมีความสมดุลระหว่างความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งาน

  • ตัวอย่าง phrase ที่ปลอดภัย : Blue7-Mango#Drives_Carrot88

การผสมผสานในรูปแบบนี้จะมีความยืดหยุ่นและใช้งานได้เป็นอย่างดีบนเว็บไซต์ที่บังคับให้คุณตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อน ในขณะที่รหัสผ่านนี้ยังคงเป็นที่น่าจดจำสำหรับคุณอยู่

วัดความแข็งแกร่งของรหัสผ่านแบบ passphrase

ความแข็งแกร่งของรหัสผ่านแบบ passphrase จะขึ้นกับความยากในการคาดเดา ไม่ใช่เฉพาะโดยบุคคล แต่โดยคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถลองการผสมผสานอักขระนับพันล้านเข้าด้วยกันได้ รหัสผ่านแบบ passphrase ที่แข็งแกร่งจะมีลักษณะหลักสามลักษณะดังนี้ : ความยาว ความคาดเดาไม่ได้ และความมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

เอนโทรปีเป็นวิธีการวัดความแข็งแกร่งนี้ มันสะท้อนถึงความยากในการคาดเดารหัสผ่านแบบ passphrase ของคุณ และมักจะแสดงค่าออกมาเป็นหน่วยบิต ยิ่งค่าเอนโทรปีสูง ผู้โจมตีก็ต้องคาดเดารหัสผ่านมากขึ้นเท่านั้น ทำให้รหัสผ่านถูกเจาะได้ยากยิ่งขึ้น

คิดซะว่าเหมือนการทอยลูกเต๋า : ยิ่งมีลูกเต๋าหลายลูกขนาดไหน ก็มีความน่าจะเป็นในการออกหน้าต่าง ๆ มากขึ้นเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น รหัสผ่านอย่าง "Summer2025” จะมีค่าเอนโทรปีที่ต่ำเพราะว่าเป็นรูปแบบที่คาดเดาได้ง่าย ในทางกลับกัน รหัสผ่านแบบ passphrase อย่าง "tiger banana cloud wrench slide” จะมีค่าเอนโทรปีที่สูงกว่า เพราะมีความยาวมาก และก็ใช้คำแบบสุ่มที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน

เอนโทรปีที่สูงหมายความว่าต้องคาดเดารูปแบบมากยิ่งขึ้น และก็จะเป็นการป้องกันที่ดีกว่าสำหรับการโจมตีแบบ brute-force

ประโยชน์อื่น ๆ ของการใช้รหัสผ่านแบบ passphrase

รหัสผ่านแบบ passphrase มีข้อดีอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรหัสผ่านปกติ มันจึงเป็นตัวเลือกที่คุณควรคำนึงถึง :

  • จดจำง่ายกว่า : ตามที่พวกเราได้กล่าวไปแล้ว รหัสผ่านแบบ passphrase จะใช้คำหรือวลีเต็ม ทำให้สามารถนึกถึงได้ง่ายกว่าอักขระแบบสุ่มที่ถูกนำมาเรียงต่อกัน
  • ถูกเจาะได้ยากกว่า : เนื่องจากรหัสผ่านแบบ passphrase ยาวและคาดเดาไม่ได้ รหัสผ่านแบบ passphrase จึงมีค่าเอนโทรปีสูงกว่า และจึงเป็นเรื่องยากที่ผู้โจมตีจะสามารถเดาหรือใช้วิธีการโจมตีแบบ brute-force ได้
  • กระตุ้นให้มีการใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกัน : เนื่องจากรหัสผ่านแบบนี้จดจำได้ง่ายกว่า จึงมีโอกาสน้อยลงที่คุณจะจำเป็นต้องใช้รหัสผ่านซ้ำ ๆ กันสำหรับหลาย ๆ บัญชี นี่ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงถ้ามีเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งถูกละเมิด เรียนรู้ว่าทำไม การใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ
  • พัฒนาประสบการณ์การเข้าสู่ระบบ : การพิมพ์วลีนั้นจะง่ายกว่าและเป็นธรรมชาติกว่าการต้องรับมือกับสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนผสมกับตัวเลข

ข้อเสียของการใช้รหัสผ่านแบบ passphrase

ในขณะที่รหัสผ่านแบบ passphrase จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งาน แต่ก็มีข้อเสียบางประการที่ควรคำนึงถึงอยู่เช่นกัน :

  • ไม่รองรับสำหรับทุกที่ : บางเว็บไซต์หรือบางแอปจะ จำกัดความยาวรหัสผ่านหรือไม่อนุญาตให้มีการเว้นวรรครวมถึงอักขระบางตัว ซึ่งก็จะทำให้คุณไม่สามารถใช้รหัสผ่านแบบ passphrase รหัสเต็มของคุณได้ ในกรณีดังกล่าว คุณอาจจะต้องพลิกแพลงหรือทำให้รหัสผ่านสั้นลง
  • ต้องพิมพ์ยาวขึ้น : คำที่เยอะขึ้นก็หมายความว่ามีอักขระให้ต้องพิมพ์เยอะขึ้นตาม ซึ่งก็อาจทำให้ใช้งานได้ช้าลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีเครื่องหมายวรรคตอนหรือตัวพิมพ์ใหญ่ตัวพิมพ์เล็กผสมกัน สิ่งนี้อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดตอนเข้าสู่ระบบได้
  • ความเป็นไปได้ในการจัดเก็บที่ไม่ปลอดภัย : ถ้ารหัสผ่านแบบ passphrase มีความซับซ้อนเกินจะจำไหว ก็มีความเสี่ยงที่คุณอาจจะเขียนรหัสผ่านนั้นแล้วเก็บมันเอาไว้อย่างไม่ปลอดภัย นี่ก็เป็นการทำให้ข้อดีด้านความปลอดภัยนั้นหายไป

เคล็ดลับ : ใช้รหัสผ่านแบบ passphrase ควบคู่ไปกับ ระบบยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) และคอยติดตามการแจ้งเตือน การโจมตีแบบฟิชชิง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยโดยรวมของคุณ

คำถามที่พบบ่อย : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรหัสผ่านแบบ passphrase

รหัสผ่านแบบ passphrase มีหน้าตาเป็นอย่างไร?

รหัสผ่านแบบ passphrase มักจะมีรูปแบบเป็น คำที่ไม่เกี่ยวข้องกันหรือคำที่มีความหมายลึกซึ้งหลาย ๆ คำ ถูกนำมาผสมกันเป็นวลียาว ๆ ที่น่าจดจำ รหัสผ่านแบบ passphrase มักจะอ่านและนึกถึงได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับรหัสผ่านปกติที่ประกอบไปด้วยอักขระแบบสุ่ม คุณยังสามารถใส่เครื่องหมายวรรคตอน ตัวเลข หรือตัวพิมพ์ใหญ่ลงไปเพื่อให้ตรงกับข้อกำหนดของเว็บไซต์แต่ยังคงความน่าจดจำเอาไว้ได้อีกด้วย

ฉันจะเขียนรหัสผ่านแบบ passphrase ที่ปลอดภัยได้อย่างไร?

เริ่มต้นด้วยการเลือกคำสี่คำขึ้นไปที่ไม่เกี่ยวข้องกันเพื่อสร้างวลียาว ๆ ที่คาดเดาไม่ได้ ใช้รายการคำแบบสุ่มหรือใช้โปรแกรมสุ่ม หลีกเลี่ยงข้อมูลส่วนบุคคล และลองเพิ่มสัญลักษณ์หรือตัวเลขเข้าไปเพื่อเพิ่มความซับซ้อน ปัจจัยหลักที่ควรเน้นก็คือ ความยาว ความคาดเดาไม่ได้ และตั้งให้น่าจดจำสำหรับคุณโดยไม่พึ่งพาวลีที่พบเห็นได้ทั่วไปหรือรูปแบบที่คาดเดาได้

รหัสผ่านแบบ passphrase ประเภทใดใช้ดีที่สุด?

รหัสผ่านแบบ passphrase ประเภทที่ใช้ดีที่สุดก็คือประเภทที่มาจาก คำแบบสุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ยกตัวอย่างเช่น การผสมผสานอย่าง "lamp rocket breeze canyon” จะมีค่าเอนโทรปีที่สูง ในขณะยังคงความน่าจดจำ ถ้าคุณจินตนาการถึงเรื่องราวที่ชัดเจนหรือจินตนาการถึงภาพ คุณสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้ด้วยการเพิ่มตัวเลข เครื่องหมายวรรคตอน หรือรูปแบบส่วนตัว ตราบใดก็ตามที่คุณหลีกเลี่ยงรูปแบบที่คาดเดาง่ายหรือการอ้างอิงจากสาธารณะ

ตัวอย่างการจัดลำดับรหัสผ่านแบบ passphrase คืออะไร?

ตัวอย่างการจัดลำดับรหัสผ่านแบบ passphrase นั้นหมายถึงวิธีการจัดลำดับคำที่คุณเลือกเพื่อสร้างวลีที่ปลอดภัยและน่าจดจำ ยกตัวอย่างเช่น การเลือกลำดับอย่าง "cloud tiger banana wrench” จะเป็นการสร้างรหัสผ่านแบบ passphrase ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งยากต่อการคาดเดา แต่ง่ายสำหรับการจำของคุณ ลำดับที่คุณเลือกจะช่วยทำให้มั่นใจได้ว่ามันเป็นรูปแบบของคุณเองและเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้

รหัสผ่านแบบ passphrase ปลอดภัยกว่ารหัสผ่านปกติหรือไม่?

รหัสผ่านแบบ passphrase มักจะปลอดภัยกว่ารหัสผ่านแบบปกติ ด้วยการที่รหัสผ่านแบบ passphrase นั้นยาวกว่าและใช้คำหลายคำ ทำให้ผู้โจมตีคาดเดาหรือเจาะรหัสด้วยการใช้การโจมตีแบบ brute-force ได้ยากกว่า ในขณะที่รหัสผ่านปกติมักจะสั้นและซับซ้อน แต่ยากต่อการจดจำ รหัสผ่านแบบ passphrase ที่ดีจะผสมผสานความยาว ความคาดเดาไม่ได้ และความง่ายต่อการจดจำ เป็นการช่วยเพิ่มการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งโดยไม่ต้องลดทอนความสะดวกในการใช้งาน

ก้าวแรกสู่การปกป้องตัวตนออนไลน์ของคุณ ลองใช้ ExpressVPN ไม่มีความเสี่ยง

รับ ExpressVPN
Content Promo ExpressVPN for Teams
Ernest Sheptalo

Ernest Sheptalo

Ernest is a tech enthusiast and writer at ExpressVPN, where he shares tips on staying safe online and protecting user data. He’s always exploring new technology and loves experimenting with the latest apps and systems. In his free time, Ernest enjoys disassembling devices and learning new languages.

ExpressVPN ยินดีให้การสนับสนุน

เริ่มต้น